27989726x

วันนี้เอาสาระมาฝากกันอีกแล้ว แต่ว่าวันนี้อาจจะยากสักหน่อย และอาจจะยากมาก
ถ้าจับหลักมันไม่ได้ ผมเชื่อว่าคนที่อ่านเรื่องที่ผมเขียนส่วนใหญ่จะเป็นคนขี่จักรยาน
สายลุย ไม่ว่าจะเป็น Endoro ,All moutain ,FreeRide, DownHill Etc. เอาเหอะ
เอาว่าจักรยานท่านมีโช๊คหน้าหลังแน่นอน ว่าแล้วเคยปรับแต่งโช๊ค ตัวเองกันบ้างไหม
บางคนประสบความสำเร็จ บางคนเละ บางคนละเพ้อว่ามันใช่และบอกได้เลยว่า…

ผมก็เคยเป็นมาแล้วทุกข้อ สุดแล้วแต่อีกนั้นละครับผมว่ามันไม่มีถูกไม่มีผิด
คราวนี้ผมจะลองมาถ่ายทอดวิธีการ Set Up ในแบบของผมให้อ่าน ผมจะลอก
ให้หมดเปลือกเลยเพื่อท่านจะได้ขี่กันมันส์ๆ ถไหลไถเถือกกันไปข้าง

สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่มีใครหน้าไหนในโลกที่จะทำให้การ Setup ประสบความสำเร็จ
ได้ดีที่สุดเท่าคนที่จะขี่ ” คนที่ Setup ได้ที่ดีที่สุดคือคนขี่(คุณ)นั้นละ ” ไม่ต้องไปละ
เมอเพ้อตามคนอื่น กูรู website แม้แต่เพจนี้ เองว่าต้องไข กี่คลิ๊กๆ ของจริงมันไม่มี
สูตรครับ น้ำหนัก ระบบยุบ ลักษณะการขี่ ให้แชมป์โลกบอกมามันก็ไม่มีทาง
เราคิดไปเองกันทั้งนั้น ” มั่นใจหน่อยแล้วจะดีครับ ”

และจริงอยู่ ขี่เร็วไม่เร็วมันอยู่ที่คน แต่ถ้ารถทำงานดี
มันทำให้ขี่สนุกขึ้นเป็นเท่าตัวแน่นอนเสมอครับ

หลังจากหลายปีดีดักที่ผมผ่านการทดลองมาหลายๆแบบ ปัจจัยการ Setup มันมีอยู่ตามนี้

_DSC0058_PREVIEW_copy
ระบบยุบ
ระบบยุบของเฟรมมันมีผลมากต่อการทำงานของโช๊ค เดี๋ยวนี้พัฒนาถึงขั้นว่า เป็นแบบ
Regressive ,Linear ,Progressive ถามว่าดูได้ไงจริงๆมันมีโปรแกรมครับ เขียนแบบคล้ายๆ
Autocad 2D เอากราฟมาดู เอาเป็นว่ามีเฟรมมันมีแบบยุบมากแล้วย้วยๆ กับแบบกลางๆยุบลง
เท่าไรคืนเท่านั้น แล้วก็แบบโครตซิ่งเลยซึ่งพอยุบเยอะโช๊คจะมี effect ให้แรงถีบได้มาก ซึ่งแต่ละ
แบบก็ให้ผลงานต่างกัน ไว้ค่อยเหลาให้อ่าน มันเข้าใจยากโม้แล้วเป็นกูรูเว้นเว้อ แต่ตรงนี้มัน
ค่อนข้างมีผลกะการ Setup ครับ เพราะเฟรมบางตัวมันยุบเยอะ แล้วมันย้วย หรือตัวหนักหนักๆ
ก็ยุบถึงโคนแล้วดีดมากๆ ตรงนี้ต้อง Note ไว้เลยเพราะมันจะต้องไว้เก็บงานตอนจบ ถ้า
เป็น Shock ลมมันง่ายเติมลมเข้าไปสิ แต่พวกสปริงนี่ยุ่งครับ เช่นคันนึงผมไช้สปริง 300 ไปอีก
คันใช้ 500 ก็มีนะ แล้วพวกโช๊คที่ปรับได้หยาบๆ พวกนี้น่าปวดหัวครับ แตะนิดข้ามห้วยเลยโดย
เฉพาะพวกเฟรม Progreesive ตรงโคนๆยุบเยอะโช๊คมีผลเยอะปรับลบคลิ๊กเดียวดีดแรงพาเข้าเข้ากอไผ่

125743_original_2

องศาโช๊คหน้า
หลายท่านคงไม่เคยจะสนใจมัน ผมเองก็เพิ่งมาเจอมันสักไม่นานมานี่ละ เมื่อก่อนโช๊คมันห่วยไม่
ค่อยรู้หรอก พอเจอโช๊คที่มันทำงานไวๆ แล้วมันไม่บาล๊านหน้าหลังนั้นละค่อยเจอสิ่งนี้ ตามคู่มือ
การขายของเฟรมมักจะมี Geomatry อาศาของจักรยานมาให้ด้วยมันจะมีตัวนึงเป็นอาศาของ
Head Tube เลขมากยิ่งนอนมาก สมมุติมันบอกว่า 64 ผมว่าเริ่มต้นท่านก็ต้องประกอบเฟรมให้
ได้อาศาที่คอเฟรมเท่านั้นก่อนเพราะว่ามันมีผลต่อการทำงานของโช๊คหน้าและหลังครับ ยิ่งพวก
โช๊คชักโครกที่ไม่ Sensitive ไม่ไว นี่ปวดหัวมากๆครับ เพราะถ้าติดบวกมากหรือเอนมาก
มาเจอโช๊คหลังทำงานไวๆและ Sensitive โช๊คหน้าห่วยๆเอนมากๆมันค้ำท่อโช๊คทำงานยาก
บางทีพี่ไม่ทำงานเลยประมาณว่ามึงก็ทำไปเดะ กูไม่รู้ รถ DH จะมีปัญหามาก เพราะว่ามันปรับได้เยอะบางทีโหลดแป๊ก องศาเพี้ยนไปถึง 60 ก็มี ส่วน Enduro ถ่าตาม spec เท่าไรก็เท่านั้นละ
สบายกว่า ถ้าเฟรม 160 เอาโช๊ค 180 มาใส่มันจะเพิ่มไปราวๆ 1-2 องศาผมทดลองมาแล้ว ส่วน
ตัวถ้าไม่ขี่เร็วไม่รู้สึกอะ รูดเร็วมากๆจะอึกๆกว่าปรกติหน่อย แต่ถ้าเอาเตี้ยกว่า Spec มาใส่อันนี้คิดว่าน่าจะรู้สึกยุบเร็วแต่จะม้วนง่ายเพราะจุดหมุนมันใกล้เข้ามา และจะมีอีกพวกคือโช๊คมี Offset ยื่นหน้ามากน้อยอันนี้ดีกับรถคันนั้นหรือเปล่า ต้องลองอย่างเดียว

DHX2-sag-range
Sag ที่ได้จากน้ำหนัก
เจ้าสิงนี้ให้ผมอธิบายง่ายๆมันคือระยะโช๊คนั่งรอการทำงานครับ คือถ้าโช๊คมันยืดสุดตลอด
สมมุติเริ่มขี่แล้วตกหลุมเลยด้วยความที่โช๊คยืดสุดตลอด เจ้านี้ก็จะกระชากเราให้เรารู้สึก
กระแทกแรงๆเหมือนขี่รถหางแข็งนั้นละ ที่นี้มันก็แบ่งเป็น % การนั่งรอ 10-40% แล้วแต่ว่าการขี่
แบบไหนถ้าขี่หยุมหยิม XC 10% ก็โอเคแล้วเพราะทางไม่ได้โหดร้ายอะไรมากมายผิดกะ
DH ต้องรอที่ 30% ไม่งั้นเจอรูดดงหินเป้งๆตอนจังหวะโช๊คดึงลง ระยะนั่งรอน้อยเช่น 10%
ของ 200mm.คือ 2 cm. พอเราจะดร๊อปซึ่งมันเกิน 2 เซนไปเยอะ พอล้อตกเกิน 2 Cm
แรงดึงก็จะกระชากเราลงไปด้วย ขึ้นๆลงๆสัก 30 วิตายพอดี…

ตรงนี้ถ้าเอาตามที่เขาว่ามามีหลายสูตรมาก สูตรของผมที่ทดลองมาคือ All = 25-30% ,
Enduro 23-30% , DH 25-37% หลักๆเลยผมจะลองขี่ดู เมื่อก่อนบ้าหลักกการจัดแอบเปิด
โปรแกรมดูว่าเป็นรถแบบไหนกราฟตัดตรงไหน เช่น Progressive Enduro ถ้าคนขี่โหดน้ำหนัก 70 ชอบขี่สบายๆผมจะ set กลางๆให้ 28 แต่ถ้าเฟรมเป็นแบบ linear จัดไปกลางๆ 26 สบายๆ
เพราะรถแบบนี้จะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้สบาย ปัญหาคือถ้าไม่มีโปรแกรมละ ต้องลอง Set กลางๆ
แล้วไปขี่ลงฟุตบาทเอา ที่นี้ไอ้รถ 3 แบบนั้นมันมีระยะ Perfect ที่ไม่เท่ากันเลย บางตัวระยะ
perfect ที่ยุบ 20% บางตัว 25% หายากอยู่นา… ผมจะหาจุดที่มันลงฟุตบาท แล้วดีที่สุดไม่ต้าน
เกินไปและไม่นิ่มเกินไป นั้นละหายากมาก ไม่ค่อยได้ทำให้ใคร เพราะกินเวลานานมากๆกว่าจะ
เจ้าตัวจะบอกผมได้ ถ้าคนน้ำหนักเท่าผมก็โชคดีไป ผมลองให้สองสามปึ๊ดก็เจอละ ดีที่สุดก็เจ้า
ตัวนั้นละครับ

ccdbaircs
ระบบของโช๊ค
ถ้าโช๊คท่านเป็น Spring มันก็จะวุ่นหน่อยถ้ามัน Sag ไม่ได้งานนี้มีจ่ายคร๊าบ…มันก็มีหลาย
ขนานด้วยดิ จะจ่ายรอบแรกหัวแตกเอาของดีเลยก็ใช่เรื่อง แต่ถ้าเป็นโช๊คลมก็สบายสูบปึ๊ดๆ
แต่ปัญหาของโช๊คลมคือมันเป็น Progressive คือยิ่งยุบเยอะยิ่งแข็งเป็นทวีคูณขึ้นมาๆ
เช่น โช๊ค Spring ยุบ 1 มิล แข็ง 1// ยุบ 5 แข็ง 5 แต่โช๊คลมมันจะประมาณ ยุบ 1 แข็ง 4
ยุบ 7 แข็ง 7.5 ยุบ 10 แข็ง 12 มันแล้วแต่ design ห้องลมและระบบ Damper โช๊คสปริง
ก็มีบางตัวที่เป็นแบบนี้เพราะระบบ Damper, สปริงค่า K แปลกๆไม่สเถียร์ หรือขัน Preload
เยอะๆแต่ยังไงก็ไม่เพี้ยนขึ้นๆลงๆเท่าโช๊คลมแน่นอน นอกจากนั้นโช๊คยังมีระบบ damper
ทำงานต่างกันซึ่งเมื่อก่อนจะไม่ต่างกันมากเท่าไร คือแข็งพอๆกัน แต่พอเทคโนโลยีก้าวไกล
ทำให้ความแข็ง damper ต่างกันได้มากในปัจจุบัน เช่นเมื่อก่อนแข็งตลอดแนว นิ่มตลอดช่วง
ตอนนี้กลายเป็น แน่นแต่ยุบไประยะนึงนุ่มได้จะรู้ได้ไงต้องรื้อมากองแล้วกดดูหรือเข้า dyno
เท่านั้นครับผมดูภายนอกเดาไม่ถูก ใส่รถลองกดกะขี่จริงก็ต่างอีกเพราะมีเรื่องความร้อนความ
ฝึดความร้อนน้ำมัน เรื่องเยอะ…มีดีก็มีเสียทุกอย่างครับ

28275963_1830452526999123_1377143974_o
ลักษณะการขี่
เรื่องนี้นั้นค่อนข้างเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้า set ไม่เข้ากับ Style อาจขี่ไม่สนุกหรืออาจเกิด
อันตรายจากการขี่ได้เลย ข้อมูลเหล่านี้ดีที่สุดต้องไปดูเขาขี่สักรอบครับ ถามอาจได้ข้อมูลไม่ตรง

28170593_1830452543665788_1750929574_o
สนาม
อันนี้เป็นสิ่งชี้ชัดได้เหมือนกัน ส่วนตัวผมขี่อะไรก็ได้ไม่คิดมาก ขี้เกียจเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับนัก
แข่ง ถ้าเขาได้มันใจกับรถและทุกอย่าง 100% แล้วมันอาจส่งผลต่อการแข่งขันได้เลยทีเดียว
เคย Set ขี่ดีมากที่นึง มาอีกที่นึงขี่ไม่ได้เลยผมก็เจอมาแล้ว วัดยากต้องแก้กันเฉพาะหน้าสุดๆ

เริ่ม SetUp
หลังจากรู้เรื่องปัจจัยหลักๆเพื่อการ Setup บ้างละ OK เริ่มมาลงมือกัน ก่อนอื่นให้ดี
– เช๊คลมยาง ให้มันแข็งพอๆกันหน้าหลัง (ผมเองก็ว่าวประจำเรื่องนี้)
– เช็ค Manual องศาคอและเช๊คระยะจริงของรถ ถ้าไม่มีรถ DH ผมจะแป๊ะๆไว้ที่ 63.5 ถ้าไม่ได้เลื่อนคราวขึ้นลงเอา อย่าให้เพี้ยนขนาดต่ำถึง 60 หรือมากเกิน 65 พอ
– ประมาณค่า Sag ที่จะใช้ ดูจากหน้าคนขี่เอาละกันครับ กร้านโลกเมียไม่รักบ้าบิ่นจัดโหดๆไปเลย sag น้อยๆ แต่ส่วนใหญ่ผมจะไปทางนิ่มไว้ก่อนครับ เพราะนิ่มปรับทำให้แข็งได้ แต่เวลาตั้งจากแข็งบางทีมันทำให้นิ่มยากหรือต้องเริ่มใหม่กันหมด
– จัดการคำนวนค่า Sag ต่อส่วนยุบไว้เป็นมิล เช่น โช๊คหน้ายุบ 160 มิล 25% = 40 มิล โช๊คหลังยาว 222 มิลยุบได้ 63 มิล 25% ของโช๊คหลัง = 15.75 มิลหรือถ้าไม่สะดวกแบ่งด้วยสายตามตามรูปผมก็ได้ครับเราด้วยสาตครึ่งนึงของระยะยุบก่อน เราก็จะได้ 50% ละลดลงมาอีกคึ่งก็จะได้ 25% ทีนี้ก็ทำงานง่ายละครับ ทำบ่อยๆหรือถ้าเรียน art มาก็หมูเลย
– ปรับค่า compression ออกให้เหลือไว้ 15% เช่นถ้าหมุนแข็งสุด 20 คลิ๊ก ผมจะหมุน + ไว้แค่ 2 คลิ๊ก แต่ถ้าผมทำผมจะรีด preformance สูงสุดผมจะจะเอา Com ออกทั้งหมดหรือเป็นค่าลบทั้งหมดเลยครับ ส่วน Rebound เอาออกหมดแน่นอนครับ ให้ค่าเป็นลบทั้งหมด
– จับรถหงายทิ้งไว้ 1 นาที แล้วขึ้นไปขย่มแรงๆสัก 10 วิ เสร็จแล้วรูดโอริงลงให้หมด


– จับคนขี่ขึ้นรถเลยยื่น Balance เท้าจัดท่าขี่จริง แล้วก็ให้คนขี่ลงอย่างแผ่วเบาอย่าให้ Oring วัด SAG เพี้ยน เทียบค่า SAG จริงกับที่เราคำนวนไว้
– ถ้าหน้านิ่มเราก็ปรับหน้าให้แข็งขึ้น ถ้าหลังเพี้ยนก็ปรับหลัง ทีนี้ผมมีทริคการปรับถ้ามันเพี้ยนต่างกันเยอะต้องระวังครับ อย่างถ้าหน้านิ่มมาก พอเราปรับหน้าแข็งขึ้นหลังจะนิ่มลงไปด้วย ต้องคอยวัดทั้งคู่ครับทำจนกว่าจะได้ตำแหน่ง Sag ที่ต้องการ

* Fork หรือ Shock สปริงก็ยากหน่อยครับ ใส่ Token ปรับ preload หรือเปลี่ยนสปริง ถ้าต้องการ Preformance หนทางสุดท้ายที่จะทำคือปรับ Com เยอะๆเกิน 85% ช่วยได้ แต่สิ่งนี้ถ้าใช้โหดยาวๆมันจะไม่ดีต่อระบบแน่นอน
* ถ้าทั้งหมดเป็น Air ง่ายครับสูบๆ ลองๆวัดเดี๋ยวก็เสร็จ วิถี Tuner.

จากขั้นต่อ Sag เราก็มาถึงการ Set Compression และ Rebound


Low speed compression คือ Function เรื่องการปรับความแข็งการรูดผ่านอุปสรรค
ตัวนี้ถ้าเราปรับแข็งมากจะมีผลต่อผลโดยรวมทั้งหมดไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม แรงมากแรงน้อย
ถ้าปรับตัวนี้เกือบทุกระบบแบบการปรับมีผลหมด ทุกระบบแบบการปรับที่พูดอย่างนี้เพราะว่า
ปัจจุบันมีระบบที่ใช้ปรับ Low และ Hi แบบอื่นนอกจากที่ผมเอามาให้ดูพัฒนาไปไกลแล้ว

Hi speed Compression คือ Function เรื่องการปรับความแข็งของการ Drop หรือตกจากที่สูง
แรงๆเร็วๆอ้างอิงจาก RC2 เหมือนเดิมนะครับ


เมื่อระเบิดออกมาเป็นผงแล้วจะพบว่าสปริงกับจานจะกดชุดแผ่นชิมวาวล์ช่องน้ำมันอยู่ตามรูป
ตรงนี้ถ้าปรกติถ้าสปริงไม่ล้าแผ่นจะต้องถูกปิดตลอด จะแน่นไม่แน่นขึ้นอยู่กับการขัน Hi com ยิ่ง
ขันมากชุดสปริงจะมีแรงกดมาก ดังนั้นถ้ารูดๆไม่แรงน้ำมันแทบไม่ผ่านรูนี้เลยยกเว้นไปปรับ Low
แข็งมากๆ เมื่อไรก็ตามที่มีแรงดันแรงและเร็วเกินกว่าน้ำมันจะออกทางรูป Low ได้น้ำมันก็ต้อง
หาทางหนีออกเมื่อแรงสูงมากชนะแรงกดสปริงเมื่อนั้นน้ำมันก็จะผ่านไปได้เราก็จะรู้สึกต้านมือ
น้อยลง จริงๆว่าไปตัวนี้จะเหมือนตัว Safty ระบบก็คงไม่ผิดเพราะถ้าไม่มีช่องนี้ รอออกทางรู low
อย่างเดียวรับรองมี Damper ระเบิดแน่นอน ระบบปรับแบบนี้อาจมีการเอ๋อหรอได้ ถ้าสปริงล้า
อย่างตัวในรูปถ้าปรับไปทางลบหมดสปริงจะลอยครับต้องขันครึ่งรอบจึงลงมากดปิด ทีนี้เจ้า
สปริงนี้จริงๆแข็งมากพอมันล้านี่ปรับๆ Low แข็ง Hi อ่อนระบบจะร่วนก็มี เพราะสปริงล้าน้ำมัน
ลีคได้ก็เหมือนเพิ่มความ Flow พอเราใช้ไปกำลังพอดี สนามนี้ drop เยอะปรับ HI เพิ่มหน่อย
กลายเป็นว่ารูดแล้วแข็งขึ้นด้วย เอาสิ… ดังนั้นระบบแบบนี้ Hi ควรจะถูกปรับ ไว้แรงกว่า Low
ไว้ก่อน ผมบอกเลยหลักการแบบนี้เป็นแนวคิดหลักในเกือบ 90% ของโช๊คทั้งหน้าและหลังครับ
เฮอะๆๆ ถ้าอยากรู้ลองถามมาละกันตัวไหนแกะแล้วผมก็บอกได้เลยว่าต้องราวๆไหน

*** มีเพียงบางรุ่น ที่ให้คำตรงข้ามกันดังนั้นศึกษาก่อนปรับจะดีที่สุดครับ

– Low Com นั้นถ้าเซ็ต Sag ได้เป๊ะถึงพอดีๆ ผมจะขัน Low Com บวกเพียง 10% เท่านั้นเพื่อ
ประครองระบบข้างในบางส่วนที่บางทีมีอาการหลวม บางตัวถ้าเคยรื้อและรู้ว่ามีปัญหามากอาจ
ปรับถึง 20% การ Test ตัวนี้ก็ลองรูดบันไดดูครับ นิ่มไปก็บวกถ้ามากไปก็ลด ถ้า ลดจนหมดก็
ปรับ Sag ลงเพิ่ม ส่วนตัวผมใช้เขย่าหรือกดเบาๆเอา ของดีๆเขย่าก็วิ่งแล้วครับก็ ปรับตาม
ประสบการณ์เอา เจอพวกเขย่าแล้วโช๊คไม่วิ่งท่านเจ้าของรถชอบนิ่มๆก็ให้ท่านเขาทำใจเอา
เฮงซวยแน่นอน

– Hi Com ขั้นให้มากกว่า Low เช่น 15% หรือมากกว่านั้นถ้ารูปปัญหากันสปริงลอยหรือระบบ
ทำงานไม่ Full เทสด้วยการกระแทกแรงๆครับ ผมจะเซตให้เขาแข็งกว่าปรกติ 30+ ครับอันนี้
บอกยากต้องเอาล้อหน้าฟาดพื้นเอา ต้องประเมินจากคนขี่ว่าถ้าดร๊อปแรง แล้วเขาจะแรง
ประมาณไหน ถ้าพวกแรงจัดนี้ต้องไปราวๆ 70% ขึ้นเลย แต่ถ้าไม่แรงคนขึ่ก็จะทนแรงไม่ไหวขี่
รูดไปยาวๆขี่ไมสนุกอีกราว 40% แล้วก็อธิบายเจ้าของเอา Normal กี่คลิ๊ก ถ้าไปเจอสนามต้อง
การดร๊อบแล้วแน่นขึ้นให้ปรับบวกจนกว่าจะพอใจ แล้วอย่าลืมปรับคืนด้วยแต่ละที่ใช้ไม่เหมือน
กัน หาค่ากลางของนเองให้ได้

Tric รีด performance จัดๆ คือมั่นใจว่าระบบ damper firm เราเทพจัดเลยเราต้องเริ่มจาก
Set Sag ไว้ลึกๆเช่น 35-40% แล้วปรับ Low Compression 0 พอเซ็ตได้ Sag ระยะลึกเช่นที่
40% ก็ปรับ Low Com ให้แข็งจนได้ 30% บางทีอาจแถบไขจนสุดทีนี้เราก็จะได้ระบบโช๊ตที่ตึงๆ
แน่นๆ แต่วิธีนี้ถ้า Damper ไม่ดีจริงกระจายทั้งรถทั้งคนนะครับ เพราะเราพึ่งระบบมากถ้าทำงาน
นานๆระบบไม่ดีจะเกิดอาการ Fail แล้วแดมเปอร์ว่าว คิดเอาครับถ้า Big drop แล้ว Com หาย
rebound ไม่มีกระทันหันโช๊คจะวูบทิ่มลงเร็ว ตายเลย วิธีนี้ในสนามแข่งถ้าโช๊คไม่ทำมาใหม่ผม
เองยังไม่กล้า Set ให้นักแข่งเลย เคยมีของใหม่ๆแกะกล่องเลยกระจายไปแล้วก็มี

– Rebound คือการหน่วงการคืนตัวเช่น กดที่ความเร็ว 5 แต่ความเร็วคืนตัวแค่ 1 ยิ่งปรับมาก
ยิ่งคืนตัวช้า ทั้งนี้เพื่อป้องกันการดีดจากแรงดันของสปริงไม่ว่าจะเป็นสปริงขดหรือลม ยิ่งคืนตัว
ช้าเราก็จะยิ่งรู้สึกย้วย แต่ถ้าดีดเร็วมากไปบางทีเราก็เอาไม่อยู่หมดแรง ครั้งสองครั้งพอทน
แต่คิดเอาทางขี่บางทียาวเป็นร่มครึ่งชั่วโมงก็มีเจอดีดจะล้าเร็วว่าพอดีๆแน่นอนครับ


เราต้องหาความเร็วคืนตัวธรรมชาติของรถคันนั้นก่อน ให้เจ้าของนั่งขี่ลงฟุตบาทก็ได้ครับ ปรับ
จนกว่าตัวจะไม่ถูกโยนขึ้นลงเวลาลงจากฟุตบาทแล้ว คือลงมารถยุบแล้วโยนขึ้นตามความเร็ว
เดียวกับที่ลงไปแล้วนิ่ง พอคืนตัวด้วยความเร็วเท่ากันแล้วหยุดเลยไม่มีสวิงหรือหน่วงให้คืนตัว
ช้าๆ อันนี้ยากครับอธิบายยากมาก พอได้ Netural มาแล้วก็ค่อนมาใส่รายละเอียดการปรับแต่
โดนคำนึงถึงเรื่องของความแข็งแกร่ง,Style การชี่, ลักษณะ Track, ระบบยุบ เข้ามาพ่วงด้วย
เอาว่าทุกคนทุกสนามไม่เหมือนกันเลย ไม่มีสูตรตายตัวครับ ลองยกตัวอย่างนะครับ

* คนขี่แข็งแกร่ง Aggessive มักจะต้องปล่อย Rebound ให้ติดลบจากธรรมชาติเด้งๆหน่อย
Com+ สัก 10-20% เพราะเขามักจะปั้มรถเองธรรมชาติ
* คนขี่มือใหม่ต้อง Rebound เพิ่มหนึดๆ นิดนึงรู้สึกย้วยนิดๆ Com ติดลบนิ่งแบบนั่งโรสรอย อุ่นใจว่าเอาอยู่แน่นอน
* ทางปั่นจัด มักจะต้องปล่อย Rebound ให้ดีดๆพุ่งๆ Com+15up เลยเพราะปั่นย้วยๆไปไม่จบแน่นอน
* ทางดงหินรูดกระจาย ถ้าอยากไปเร็วมีแรงขี่ ปรับ Rebound ให้คืนเร็วขึ้นนิดนึง ไปปรืดๆ แต่ต้องมีแรงคุมรถนะ ถ้าไม่มีอัดดงหินแน่ๆ
* ทางยาวถ้าโช๊ค Damper ไม่แจ๋วอย่าได้ซ่าใส่ Com, Rebound เยอะๆเพราะถ้าเล่นไปนานๆระบบมีอากาศตีฟองเข้าไปทุกส่วนงานนี้มีโช๊คว่าวแว๊บๆ รี บง รีบาวไม่ต้องถาม Fail กลับบ้านหมดจ้า
* เฟรมหรือโช๊คหลัง aggessive มากๆถ้ามีปรับ Rebound แยก Hi Speed ได้ต้องปรับเพิ่มระยะ Hi speed นิดกันยุบแรงแล้วพุ่งอัด

ทำเหมือนกันทั้งหน้าและหลังมันมีอีกหลายอย่างมาก มีโอกาสก็ลองถามมาละกันครับ
อ่านแค่นี้คงมึนแล้ว